
23
Aug
ไต้หวัน
ปั่นฝ่าฝน @Sun Moon Lake
เปิดประสบการณ์สุดสนุกกับการปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ Sun Moon Lake สัมผัสธรรมชาติสวยงามที่แท้ทรูของเกาะไต้หวัน
ถึงแล้ว.. สุริยันจันทรา
การเดินทางไปไต้หวันครั้งนี้ เป้าหมายหลักคือ การสัมผัสบรรยากาศการปั่นจักรยานของเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำของการใช้จักรยานในเอเชีย ในฐานะชาวจักรยานคนหนึ่ง เราไม่รีรอที่จะเก็บกระเป๋า บินลัดฟ้าสู่ประเทศที่เป็นเกาะและเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามแห่งนี้....
เป้าหมายแรก คือ ทะเลสาบสุริยันจันทรา วันแรกที่ไปถึงก็เกือบเย็น หลังจากพาตัวเองเข้าที่พักในโรงแรมที่บรรยากาศดี๊ดี ริมทะลสาบ ซักพัก...ละอองเย็นที่พัดพาสายฝนก็มาโปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง
เราต่างปลอบใจตัวเองว่า ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ฟ้าฝนอาจเป็นใจกับ ทริปปั่นจักรยาน ของเรา แต่การมาเที่ยวที่นี่ เกาะไต้หวัน ใครๆ ก็บอกว่า ถ้าไม่เจอฝนก็ยังมาไม่ถึงไต้หวัน...

ทะเลสาบสุริยันจันทรา
เริ่มต้นวันใหม่...กับสายฝน
รุ่งเช้า... เราตื่่นมาพร้อมเตรียมพร๊อพ ปั่นจักรยาน เต็มที่
หลังอาหารเช้า เรานั่งรถโรงแรมออกไปเช่าจักรยาน บรรยากาศดีีดีวันนี้ มีแดดอ่อนๆ เรามั่นใจว่าทริปวันนี้คงไปได้สวย...
แต่แล้ว แค่เพียงปั่นจักรยานที่เพิ่งเช่ามาใหม่ กลับโรงแรมเพื่อไปเอาสัมภาระบางอย่าง จอดรถหน้าโรงแรมปุ๊ป สายฝนมาจากไหนไม่รู้ โปรยปรายมาแล้วค่อยๆ หนักขึ้น
ธรรมชาติไม่สามารถคาดเดาอะไรได้จริงๆ ชุดพร้อม! จักรยานพร้อม! ใจและกายพร้อม! แต่เรากลับต้อบมานั่งรอฝนหยุดที่โรงแรมกว่า 2 ชั่วโมง
นั่งเล่น นอนเล่น หาอะไรกินเล่น ไปเรื่อยเปื่อย แต่บรรยากาศฝนนอกหน้าต่างที่ ทะเลสาบสุริยันจันทรา ก็ไม่ทำให้เราเหนื่อยหน่าย เพราะเราก็มองเห็นความสวยงามไปอีกแบบ
และแล้ว... เวลาที่รอคอยก็มาถึง ฝนซาเม็ดไปแล้ว เราพร้อมออกเดินทางกันแล้วคราวนี้!!!

ได้จักรยานปุ๊ป ฝนตกปั๊ป

นั่งชิลล์รอฝนในโรงแรม
ทริปปั่นเริ่มต้นแล้ว...
เส้นทางปั่นรอบทะเลสาบสุริยันจันทรา เกือบ 30 กิโล คือเป้าหมายของการเดินทางวันนี้
การปั่นจักรยานที่นี่เหมือนจะได้ปั่นชิลล์ๆ ตาม bike way สบายๆ หลังโรงแรม แต่เรากลับเลือกเส้นทางที่โหดกว่านั้น!
เราปั่นไปตามทางขึ้นเขาที่ค่อยๆ ไต่เนินสูงขึ้น แม้จะชันไม่มาก แต่การปั่นหลังฝนตกที่ถนนเปียกชื้น ก็เล่นเอาเสียวๆ ได้เหมือนกันกับเส้นทางที่ต้องใช้ร่วมกับรถที่มีแต่รถบัสนักท่องเที่ยวขึ้นมาเรื่อยๆ
เส้นทางวันนี้ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ทั้งการไต่เนินจนเล่นเอาหอบไปหลายที กับเมฆครึ้มที่เหมือนจะไล่ตามมาเรื่อยๆ
แต่ในที่สุดเราก็มาถึง วัดเหวินหวู่ วัดศักดิ์สิทธิ์ที่ใครๆ มาที่นี่ ต้องขึ้นมาสักการะท่านขงจื้อและเทพเจ้ากวนอูเพื่อขอพรกัน

เส้นทางปั่นขึ้นเขา

พร้อมออกเดินทาง
ติดฝนที่วัดเหวินหวู่
สายฝนตอนนี้เริ่มโปรยปรายมาอีกครั้ง เรารีบเข้าวัดขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดสูงริม ทะเลสาบสุริยันจันทรา นี้ เป็นอีกแห่งที่สามารถมองเห็นวิวทะเลสาบได้สวยอีกมุมหนึ่ง
และแล้วเราก็สมใจกับการได้ดื่มด่ำทัศนียภาพมุมสูง ณ ที่แห่งนี้กว่าสองชั่วโมง (อีกแล้ว) เพื่อนั่งมองสายฝนที่โปรยปรายมาหนักขึ้นทุกที
และในที่สุด เมื่อฝนเริ่มซาเม็ด เราตัดสินใจฝ่าฝนเล็กๆ เพื่อเดินทางต่อ ระยะทางยังอีกยาวไกล คราวนี้เส้นทางเริ่มลาดลงเขา ก็ทำให้ปั่นเบาแรงไปได้อีกเยอะ แต่สิ่งที่ต้องระวังยิ่งของการไต่ลงเขาบนถนนที่เปียกลื่น และมีน้ำนอง คือการไถลลงข้างทางไปได้ง่ายๆ เราจึงต้องค่อยๆ ปั่นลงอย่างมีสติ

ติดฝนเกือบสองชั่วโมง หนาวว....

บรรยากาศทะเลสาบยามฝนตก

ขอพรเทพเจ้าวัดเหวินหวู่หลังฝนกระหน่ำ
Accident!
เมฆฝนที่ดูเหมือนจะลาจากไป ทำให้ฟ้าสว่างขึ้นมาเล็กน้อย แต่อากาศบนเขาก็ยังไว้ใจไม่ได้ เราปั่นขอบทางเลาะลงเขา ไต่เนินบ้าง ฟ้าสว่างอยู่ดีๆ กลับครึ้มทมึนมาอีกแล้ว โอ๊ย..อะไรกันนี่
แล้วจู่ๆ ก็มีเสียง ตึก! โซ่ของน้องในทีมขาด!!!
เรารีบแอบเข้าข้างทาง โซ่ขาดเป็นเส้นยาวลากมากับพื้น ทางก็ยังเป็นเขา แต่ท่าเราจะไปต่อไม่ได้แล้ว...
หลังจากงุนงงอยู่ซักแป๊ป ก็ตัดสินใจโทรกลับร้านเช่าจักรยานให้เอารถคันใหม่มาเปลี่ยน คุยตกลงกันได้ เราก็รอรถเซอร์วิสมาเปลี่ยนคันใหม่ให้
รอไปรอมา เอ๊ะ! ทำไมฟ้ามืดครึมลงอย่างเร็ว ใจก็ยังอยากปั่นต่อ
แต่เวลาตอนนั้นก็ปาไปสี่โมงครึ่งแล้ว คิดคำนวณระยะทางที่เหลืออีกเกือบ 20 โลกับเวลาที่มี เห็นท่าจะไม่ทันแล้ววว..

โซ่ขาด!! ไปต่อไม่ได้แล้ววว..

ปั่นลงเขา ถนนลื่นมากก
ถอยดีกว่า...
รถเซอร์วิสคันปุโรทังแล่นเปิดไฟมา ใจชื้นขึ้นหน่อย แต่ฝนก็กลับเรื่มลงเม็ดใหญ่มาอีก ไม่ไหวแล้ว... ท่ามกลางป่าเขาต่างแดนแบบนี้ เราถอยกลับดีกว่า...
เราตัดสินใจนั่งรถลงเขากลับมาด้านล่าง ระหว่างทางกลับ มองเส้นทางที่ปั่นขึ้นมา ในใจนึกว่า.. ปั่นมาได้ไงวะเนี่ย...
จบทริปวันนี้รอบ ทะเลสาบสุริยันจันทรา ทำได้ไปแค่ 10 กิโล เลยลงมาต่อเส้น bike way ชิลล์ๆ หลังโรงแรมอีก 3 กิโล ระยะทางจิ๊บๆ แต่เพลียหนักมากกก 555

เย้! รถมาแล้ว

จบทริปที่ Bike Way รู้ีงี้มาเส้นนี้ตั้งแต่แรกแล้ว
