Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เสาร์ :

09.00-15.00 น.

Hotline

081-808-1996

เราช่วยคุณได้

@faithtravel

Travel License : 11/06791

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เที่ยวสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง

เที่ยวสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง

23

Aug

ลาว

เที่ยวสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง

สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายริมสายน้ำโขง ปั่นจักรยานเล่นชมเมือง ดื่มด่ำงานศิลป์ล้านช้าง มนต์เสน่ห์แห่งหลวงพระบางที่หยุดเราไว้ที่นี่

เช้านี้ที่หลวงพระบาง

สายน้ำโขงไหลเอื่อย แดดยามเช้าปลุกเราให้ตื่นแบบไม่ต้องเร่งรีบ ความนิ่งสงบของเมืองมรดกโลกอย่างหลวงพระบาง ทำให้เราได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองมากขึ้น สัมผัสความสวยงามรอบข้างได้มากขี้น 

เช้านี้ในบรรยากาศใหม่ๆ เราตั้งใจออกไปสัมผัสวิถีผู้คนยามเช้า เป้าหมายคือ ตลาดใกล้โรงแรมที่มีของให้เลือกหลากหลาย ทั้งของกิน ของใช้ และของที่ระลึก แค่เดินไปถึงปากทางเข้าตลาด กลิ่นปิ้งย่างหอมหวลก็ลอยมาแตะจมูก จนจะอดใจไม่ไหว

อาหารพื้นเมืองมีให้เลือกมากมาย ทั้งไส้อั่ว หมูย่าง ไก่ย่าง ที่หอมยั่วน้ำลายจนต้องจัดมาชิมกับข้าวเหนียวร้อนๆ บอกเลยว่าอร่อยมาก นี่ขนาดทานอาหารเช้ามาจากโรงแรมแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะชิมอาหารจากฝีมือคนท้องถิ่นไปตลอดทาง 

พร้อมเดินทาง ปั่นจักรยานชมเมือง

หลังจากท้องอิ่มไปหลายรอบ เราพร้อมออกเดินทางแล้ว มาถึงหลวงพระบาง ถ้าไม่ปั่นจักรยานชมเมือง ก็เหมือนเข้าไม่ถึงเสน่ห์ของเมืองเล็กๆ นี้ 

เราเช่าจักรยานจากร้านเช่าข้างโรงแรม ในราคา 20,000 กีบ ไม่ถึง 50 บาทไทย ได้จักรยานสีแดงคันใหม่มาปั่นเล่นได้ทั้งวัน ราคาเช่าจักรยานนี้ถือว่าถูกมากกก

การเที่ยวชมเมืองในวันนี้ เราจะใช้จักรยานเป็นพาหนะตลอดทริป ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องพึ่งใคร พึ่งตัวเองกับแรงขาและกูเกิ้ลแมพนี่แหละ ได้ฟิลสุดๆ

ปั่นจักรยานที่นี่ ได้อารมณ์ชิลล์ๆ สบายๆ แต่ต้องปรับความคุ้นชินนิดหน่อย เพราะที่นี่ขับเลนขวา แต่ตลอดทางเราได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ และบ้านเรือนสไตล์หลวงพระบางมากขึ้น อยากแวะตรงไหน ก็จัดได้เลย 

ชมงานศิลป์ล้านช้าง @วัดเชียงทอง

วัดเชียงทอง เป็นสถานที่ A Must ที่ต้องมาเที่ยวชม วัดสำคัญแห่งหลวงพระบางนี้ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้ปกครองทั้งล้านนาและล้านช้าง

จุดเด่นของที่นี่ คือ อุโบสถที่ชาวหลวงพระบางเรียกว่า สิม ได้รับการยกย่องให้เป็นอัญมณีแห่งศิลปะล้านช้าง สถาปัตยกรรมเป็นหลังคาแอ่นโค้งซ้อนทับ 3 ชั้น มีช่อฟ้ารูปเขาพระสุเมรุ และทิวเขาสัตตบริภัณฑ์ล้อมรอบ 7 ชั้น รองรับด้วยปลาอานนท์ เป็นรูปแบบการจำลองจักรวาลตามคติทางพุทธศาสนา  

ภายในสิมตกแต่งด้วยลายรดน้ำปิดทองบนพื้นสีดำ เล่าเรื่องพุทธประวัติ ชาดก และตำนานเมืองหลวงพระบาง แสดงให้เห็นถึงความเชื่อและศรัทธาในพุทธศาสนาที่มีมาอย่างยาวนาน

อีกจุดไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาถ่ายรูป คือหอไหว้พระพุทธไสยาสน์ หรือหอไหว้สีกุหลาบ กรอบหน้าต่างตัดกับผนังด้านนอกสีชมพูที่ตกแต่งด้วยกระจกสี คือมุมสุดฮิตของทุกทริปการเดินทาง

วัดเชียงทอง ตั้งอยู่ตรงบริเวณแม่น้ำคานไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ด้านหลังวัดจึงแป็นเหมือนปากน้ำสองสีที่สามารถชมวิวได้แบบพานอรามาได้สวยสุดๆ

ส้มตำป้าติ๋ม ซิกเนเจอร์แห่งหลวงพระบาง

ว่ากันว่า ถ้ามาหลวงพระบางแล้วไม่ได้ชิมส้มตำจากมือป้าติ๋ม ก็เหมือนมาไม่ถึง แล้วเราจะพลาดได้ไงล่ะ 

ร้านตำบักหุ่ง (ป้าติ๋ม) มีชื่ออินเตอร์ว่า Papaya Salad Restaurant อยู่ตรงข้ามวัดหนองสีคูนเมือง ห่างจากวัดเชียงทองแค่หนึ่งกิโลเมตร ขึ้นชื่อว่าเป็นซิกเนเจอร์ของหลวงพระบาทแล้ว คิวยาวแค่ไหน ก็ต้องทนยืนรอชิมฝีมือป้าให้ได้

เมนูที่นี่ถือว่าอร่อยทุกอย่าง แต่ที่ชอบสุดคือ ส้มตำหลวงพระบาง ที่รสชาดสุดนัว บวกกับปลาแม่น้ำโขงทอด แบบกรอบนอกนุ่มใน สัมผัสถึงเนื้อขาวอวบนุ่มละมุนปากสุดๆ แหนมหมกนุ่มๆ ก็อร่อยแท้ กินได้แบบไม่ต้องเงยหน้าคุยกับเพื่อนร่วมทริปกันเลยทีเดียว มื้อนี้ก็อิ่มหนำกันไปแบบแทบไม่ได้คุยกันเลย 555

ชมพระอาทิตย์ตกที่พระธาตุพูสี

ในช่วงเย็น เรากะว่าจะขอสัมผัสบรรยากาศแบบโรแมนติคหน่อยๆ ดื่มด่ำความสวยงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ากับวิวมุมสูงที่จะเห็นทั้งสายน้ำโขง และสายน้ำคาน บนเขากลางเมืองหลวงพระบางที่พระธาตุพูสี 

การเดินขึ้นสู่พระธาตุ ในช่วงแรกจะเป็นบันไดที่ค่อนข้างชันเกือบ 80 ขั้น เราต้องขุดความฟิตของร่างกายมาใช้ แรงขายังดี ฮึบผ่านบันไดชันขึ้นสู่ลานกว้าง แค่ช่วงแรกก็เล่นเอาเหงื่อเต็มแผ่นหลังไปแล้ว

แต่ยังเหลือทางเดินอีกช่วงกับบันได 300 ขั้น โชคดีทางขึ้นช่วงนี้ไม่เหนื่อยอย่างที่คิด เดินไปเรื่อยๆ ขึ้นสู่ยอดสูงสุด เราจะเห็นพระธาตุทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมสีทองอร่าม บริเวณนี้เป็นจุดชมวิวเมือง 360 องศาที่เพอร์เฟ็คที่สุด  

อุตสาห์หอบร่างขึ้นมาถึงที่นี่ แต่!!!! แต้มบุญกลับไม่ทำงาน บนจุดชมวิวเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย จนเราไม่มีโอกาสแม้แต่จะแทรกตัวไปดื่มด่ำพระอาทิตย์ยามลาลับขอบฟ้าได้เลย

ปิดภาพฝันสุดโรแมนติก เราลาแสงอ่อนๆ ของดวงอาทิตย์ยามเย็น ด้วยการเดินคอตกลงมาพร้อมกับท้องที่เริ่มบรรเลงเพลงแห่งความหิว 

จัดหนัก หมูกะทะริมโขง

หลังใช้พลังงานไปเยอะ ดินเนอร์ค่ำคืนนี้ขอจัดหนักโปรตีนเต็มๆ ที่ร้านหมูกระทะริมแม่น้ำโขง จี่หมูไปชมวิวหลักล้านยามค่ำคืนของแม่น้ำโขง 

ไม่ได้ดื่มด่ำความโรแมนติกยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า แต่มาแฮปปี้แบบอิ่มหนำพุงกางกับบรรยากาศสบายๆ ริมโขง ก็นอนหลับฝันดีได้ละคืนนี้..

ตักบาตรข้าวเหนียว อำลาหลวงพระบาง

เราตื่นแต่เช้า อากาศเย็นๆ ทำให้จิตใจสงบอย่างบอกไม่ถูก วิถีชีวิตยามเช้าของผู้คนที่นี่กับการทำบุญใส่บาตร ยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง 

การทำบุญตักบาตรข้าวเหนียว ถือเป็นประเพณีสำคัญของชาวหลวงพระบาง โดยชาวบ้านจะตื่นขึ้นมาแต่เช้า เตรียมข้าวเหนียวหุงร้อนๆ จากนั้นจะออกมานั่งปูเสื่อรอพระเดินออกมาบิณฑบาต 

ภาพพระสงฆ์เดินเรียงรายมาตามทาง ขณะที่ชาวบ้านค่อยๆ ใส่ข้าวเหนียวก้อนเล็กๆ ลงในบาตรพระทีละรูปๆ เป็นภาพที่งดงาม และทำให้เราสัมผัสได้ถึงความสุขเรียบง่ายของชาวหลวงพระบาง 

ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปเร็วแค่ไหน แต่เวลาเหมือนหยุดไว้ที่นี่... ที่หลวงพระบาง

เกร็ดความรู้

การตักบาตรข้าวเหนียว เป็นวัฒนธรรมของชาวหลวงพระบางที่ปฏิบัติสืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยการใส่บาตรจะใส่เพียงข้างเหนียวอย่างเดียวเท่านั้น

หลังจากการใส่บาตรเสร็จสิ้น และพระกลับถึงวัดแล้ว จะมีการเคาะเกราะไม้เป็นการส่งสัญญาณว่าพระสงฆ์พร้อมฉัน จากนั้นชาวบ้านจะนำสำรับกับข้าวเข้าไปถวาย ซึ่งเรียกว่า "ถวายจังหัน"

การแต่งตัวในการตักบาตรข้าวเหนียว ผู้หญิงจะนุ่งผ้าซิ่น มีแพรเบี่ยงหรือผ้าสไบพาดไหล่ ผู้ชายจะนุ่งกางเกงขายาวและมีผ้าพาดเช่นกัน

จำนวนผู้เข้าชม 592 ครั้ง